Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม แตกต่างกันอย่างไร
Thermage และ Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเข้าไปที่คลินิกเสริมความงามที่ไหนก็มักจะมีสองโปรแกรมนี้คอยให้บริการอยู่เสมอ สำหรับใครที่มีปัญหาหน้าบาน แก้มเยอะ ผิวหย่อนคล้อยอาจสงสัยว่า Thermage กับ Ulthera ต่างกันอย่างไร? และ Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม? ถ้าอยากยกกระชับผิวให้หน้าเรียวแบบทีเดียวจบ Patama Clinic จะพาคุณไปหาคำตอบในบทความนี้
Thermage คืออะไร
Thermage คือเครื่องยกกระชับผิว ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ในการสร้างพลังงานความร้อน และส่งลงไปยังชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน โดยพลังงานความร้อนจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ฟื้นฟูชั้นผิวให้แน่นกระชับ กลับมายืดหยุ่นและเต่งตึงอีกครั้ง ทั้งยังช่วยจัดการปัญหาไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวได้อีกด้วย การทำ Thermage จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันบริเวณแก้ม เหนียง กรอบหน้า หรือมีปัญหาเรื่องริ้วรอยกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อยร่วมด้วย
จุดเด่นของ Thermage
- เห็นผลทันทีหลังทำ 20% และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
- พลังงานลงลึกถึงชั้นไขมัน ตอบโจทย์คนมีแก้มและเหนียง
- ช่วยให้เกิดการจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ ทำให้สภาพผิวเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยกระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอย ลดร่องลึกบนใบหน้า และลดถุงใต้ตาได้
- เทอร์มาจสามารถทำได้ทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
Ulthera คืออะไร
Ulthera คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่มาพร้อมหน้าจอสแกนผิวแบบ Real-Time จึงทำให้การรักษามีความแม่นยำสูงและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เพราะแพทย์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทุก ๆ ช็อตที่ยิงออกไปนั้น พลังงานจะถูกส่งไปยังจุดที่ต้องการ ในชั้นผิวที่เหมาะสม ตามแผนการรักษาที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งคนไข้สามารถดูหน้าจอไปพร้อม ๆ กับแพทย์ได้เลย
โดย Ulthera จะส่งพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Microfocused Ultrasound) ลงไปที่ชั้นผิวและชั้น SMAS หรือชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (ชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า) เพื่อสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ขนาด 1 มิลลิเมตร ที่อุณหภูมิความร้อน 60-70°C ทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณดังกล่าวหดตัวลงทันที ส่งผลให้ผิวแน่นกระชับขึ้น อีกทั้งในขณะเดียวกัน ความร้อนจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวที่หย่อนคล้อยจึงถูกฟื้นฟูให้กลับมาเฟิร์มกระชับและแลดูอิ่มฟูอีกครั้ง Ulthera จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นหลัก
จุดเด่นของ Ulthera
- มีเทคโนโลยีหน้าจอสแกนผิวแบบ Real-Time (เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ต่อการรักษามาก และยังทำให้ผลลัพธ์ออกมาแม่นยำด้วย แต่คลินิกหลายแห่งกลับมองข้าม เพราะต้องการลดระยะเวลาในการรักษา และเน้นจำนวนเคสเยอะ ๆ แทน)
- เห็นผลทันทีหลังทำ 30% และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ปรับสภาพผิวให้กระชับเต่งตึง
- ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ลดถุงใต้ตา แก้ปัญหาคิ้วตก หางตาตก
- สามารถยกกระชับได้ทั้งบริเวณใบหน้า กรอบหน้า และลำตัว
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
Thermage และ Ulthera แตกต่างกันอย่างไร
Thermage และ Ulthera แตกต่างกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่ใช้ในการสร้างความร้อน, ระดับการลงลึกถึงชั้นผิว, ผลลัพธ์ที่ได้ และความเหมาะสมกับผู้รับบริการ ดังนี้
พลังงานที่ใช้ในการสร้างความร้อน
- Thermage คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) สร้างความร้อนได้ที่ 40-50°C
- Ulthera คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Microfocused Ultrasound) สร้างความร้อนได้ที่ 60-70°C
ระดับการลงลึกถึงชั้นผิว
- Thermage ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat)
- Ulthera ลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ที่อยู่ใต้ชั้นไขมัน
ผลลัพธ์หลังทำ
- Thermage ช่วยลดแก้ว ลดเหนียง จัดการคางสองชั้น
- Ulthera ยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ทำให้ผิวตึงกระชับ ดูอิ่มฟู
เหมาะกับใคร
- Thermage คนที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าและลำตัว
- Ulthera คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ
Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม
Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม? นอกจาก Thermage Ulthera จะทำพร้อมกันได้แล้ว ผลลัพธ์ยังออกมาดีและน่าประทับใจอีกด้วย เนื่องจากทั้ง 2 โปรแกรมสามารถลงลึกถึงชั้นผิวได้ไม่เท่ากันและมีเป้าหมายหลักแตกต่างกัน โดย Thermage จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ส่วน Ulthera จะเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิว และแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เมื่อทำทั้งสองโปรแกรมนี้พร้อมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวเฟิร์มกระชับ มีสุขภาพดี กรอบหน้าชัด แถมหน้าเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย
ซึ่งแพทย์มักจะเริ่มต้นจากการใช้ Ulthera ในการยกกระชับผิวที่ชั้น SMAS ให้โครงสร้างผิวกลับมาแน่นกระชับก่อน จากนั้นก็ใช้ Thermage จัดการส่วนเกินที่ชั้นไขมัน พร้อม ๆ กับใช้ความร้อนในการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวที่ชั้นผิวหนังส่วนบนนั่นเอง
สรุป
สรุปว่า Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้! โดยทั้งสองโปรแกรมนี้จะเข้าไปช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน จึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีแบบคูณสอง การทำ Thermage และ Ulthera พร้อมกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ และมีปัญหาเรื่องไขมันส่วนเกินร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนแก้มเยอะ คนที่มีเหนียง หรือคนกรอบหน้าไม่ชัดก็ตาม ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนจะเป็นการดีที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินปัญหา วางแผนการรักษา และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดให้
หากใครไม่รู้ว่าจะไปทำ Thermage และ Ulthera ที่ไหนดี? สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ Patama Clinic (ปัทมา คลินิก) ได้ทั้ง 4 สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑล (สีลม, เมืองทองธานี, ปทุมธานี และรังสิต) เราคือคลินิกเสริมความงามที่นำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์ 30 ปี สามารถจองคิวปรึกษา พร้อมสอบถามราคา Thermage และราคา Ulthera ได้ที่ LINE OA : @patama หรือโทร 099-950-9997
ทำไมต้อง Patama Clinic ?
- วางแผนการรักษาแบบ Personalized (เฉพาะบุคคล) เพื่อความแม่นยำ
- ดึงประสิทธิภาพของเครื่องมือมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- รับเคสจำนวนจำกัดในแต่ละวัน เพื่อให้เวลากับแต่ละเคสอย่างเต็มที่
- คลินิกมีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย ใช้เครื่องแท้ที่ผ่านการรับรองเท่านั้น
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงให้ชมทุกหัตถการ ทั้ง Thermage, Ulthera และอื่น ๆ
- มีโปรแกรมยกกระชับผิวและหัตถการอื่น ๆ คอยให้บริการเพียบ เช่น Thermage, Ulthera, Ultraformer, Oligio, Sculptra, Botox, Filler, Gouri ฯลฯ