โบท็อกคืออะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับโบท็อก
หากพูดถึงการทำหัตถการความงามบนใบหน้า สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการฉีดโบท็อก เพราะเป็นหัตถการเริ่มต้นสำหรับคนที่ต้องการดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย หรือการปรับรูปหน้าให้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อและหยุดการทำงานของต่อมเหงื่อได้อีกด้วย ก่อนฉีดโบท็อกต้องรู้อะไรบ้าง? Patama Clinic (ปัทมาคลินิก) รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว แบบครบจบในบทความเดียว
โบท็อก คืออะไร
โบท็อก (Botox) คือชื่อทางการค้าของ Botulinum Toxin A อันเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดมาจากพิษของแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งมีฤทธิ์ในยับยั้งการทำงานของปลายเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและหดตัวลงชั่วคราว ปัจจุบันโบท็อกถูกนำมาใช้ในคลินิกเสริมความงามอย่างแพร่หลาย เช่น การฉีดโบท็อกกราม เพื่อลดขนาดกราม ทำให้หน้าเรียวยิ่งขึ้น, การฉีดลดริ้วรอย ลดรอยพับ ลดรอยย่น เพื่อให้หน้าดูอ่อนเยาว์ลง, การฉีดโบท็อกลดปีกจมูก หรือการฉีดโบท็อกรักแร้ เพื่อลดเหงื่อและกลิ่นตัว เป็นต้น
โบท็อกทำงานอย่างไร
หลังจากฉีดโบท็อกเข้าไปแล้ว ตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าไปในเซลล์กล้ามเนื้อ และออกฤทธิ์ในส่วนปลายของเซลล์ประสาท จากนั้นก็จะเข้าไปยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine (สารที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว) ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ กล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ คลายตัวนิ่มลง ไม่มีอาการหดเกร็ง แม้ว่าจะแสดงสีหน้า ผิวหนังด้านบนก็จะไม่ขยับ พอผิวไม่ขยับ ก็มองไม่เห็นริ้วรอย รอยย่น รอยยับบนใบหน้านั่นเอง อย่างไรก็ตาม โบท็อกจะออกฤทธิ์กับมัดกล้ามเนื้อที่ฉีดเท่านั้น และมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 3-6 เดือน หากตัวยาหมดฤทธิ์แล้ว สามารถกลับมาฉีดโบท็อกซ้ำในตำแหน่งเดิมได้

โบท็อก อันตรายไหม
การฉีดโบท็อก ไม่อันตราย และมีความปลอดภัยสูง หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อกมานาน และเลือกฉีดกับคลินิกเสริมที่ได้มาตรฐาน ใช้ตัวยาแท้จากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งหลังจากฉีดโบท็อกไปแล้ว อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้บ้าง เช่น รอยแดงรอยช้ำในบริเวณที่ฉีด หรืออาการปวดตึงในช่วงแรก หากคนไข้ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกตามที่แพทย์แนะนำ ก็จะช่วยลดอาการข้างเคียง และทำให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นได้
เหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้โบท็อกเป็นหัตถการที่ปลอดภัย
- โบท็อกที่ได้รับความนิยมหลายยี่ห้อ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Allergan, Nabota, Xeomin, Aestox ฯลฯ
- ตัวยาโบท็อกสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และถูกขับออกมาโดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย
- เมื่อตัวยาโบท็อกหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิม
- โบท็อกจะออกฤทธิ์เฉพาะจุด แค่เฉพาะมัดกล้ามเนื้อที่ฉีดเข้าไป ไม่กระจายไปยังจุดอื่นๆ ของร่างกาย
- พิษของแบคทีเรียที่สกัดมาใช้งาน มีปริมาณน้อยมาก และสกัดมาเฉพาะส่วนที่ออกฤทธิ์กับปลายเส้นประสาทเท่านั้น จึงไม่อันตรายต่อร่างกาย
- เดิมทีโบท็อกถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ก่อนที่จะถูกพัฒนามาใช้เพื่อความงามในภายหลัง
อันตรายจากโบท็อกปลอม
โบท็อกปลอม คือของเหลวที่นำมาแอบอ้างเป็นตัวยาโบท็อก หรือ Botulinum Toxin Type A ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าของเหลวนั้นคืออะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร อาจจะผลิตมาจากซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรืออาจจะมีส่วนประกอบของสาร Botulinum Toxin จริง แต่มีอยู่ในปริมาณน้อยมากและเจือปนกับของเหลวอื่นที่ไม่ทราบชนิด เรียกว่าเป็นตัวยาที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย ซึ่งคำว่าโบท็อกปลอม ยังรวมไปถึงโบท็อกที่ถูกหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย โบท็อกราคาถูกที่ฉีดกับหมอกระเป๋า และโบท็อกที่ถูกผลิตจากโรงงานเถื่อนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
ความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ หากฉีดโบท็อกปลอม
- เกิดภาวะดื้อโบท็อก ทำให้ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล แม้จะใช้เป็นตัวยาแท้ก็ตาม
- ฉีดแล้วไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ กล้ามเนื้อยังขยับได้ตามปกติ หรือริ้วรอยยังคงอยู่
- ตัวยากระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น ส่งผลให้หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หนังตาตก ยิ้มไม่สุด เสียโฉม
- เกิดการติดเชื้อ อักเสบ แพ้ หรือเป็นหนองในบริเวณที่ฉีด จากสารปนเปื้อนในยาปลอม
แนวทางการตรวจสอบโบท็อก
- แพทย์แกะกล่องโบท็อกและผสมตัวยาต่อหน้า
- โบท็อกแท้จะมีฉลากภาษาไทยติดกำกับอยู่บนกล่อง
- ผ่านการรับรองจากอย. ไทย มีเลขทะเบียนและสามารถตรวจสอบได้
- มีหมายเลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุติดไว้อย่างชัดเจน ทั้งบนกล่องและในขวด
- สแกน QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน หรือเช็ก Serial Number ผ่านเว็บไซต์ที่ระบุบนกล่อง
นอกจากนี้ แนะนำให้ศึกษาลักษณะบรรจุภัณฑ์ของโบท็อกแต่ละยี่ห้อ หรือยี่ห้อที่เราสนใจจะฉีด เพื่อตรวจสอบก่อนฉีดด้วย เพราะโบท็อกแต่ละยี่ห้อจะมีลักษณะบรรจุภัณฑ์ และข้อสังเกตที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม ที่ปัทมาคลินิกเราใช้ตัวยาโบท็อกแท้ สามารถตรวจสอบได้ และผสมยาต่อหน้าคนไข้ทุกเคส ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่าผลลัพธ์จะออกมาดีและปลอดภัย

โบท็อกฉีดจุดไหนได้บ้าง
โบท็อก สามารถฉีดได้ทั้งใบหน้าและลำตัว ซึ่งการฉีดโบท็อกในแต่ละจุด จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือใบหน้า โดยเฉพาะการฉีดเพื่อลดริ้วรอยตีนกา ริ้วรอยหน้าผาก และฉีดเพื่อลดขนาดกราม มาดูกันว่าโบท็อกสามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง และแต่ละจุดให้ผลลัพธ์อย่างไร
ฉีดโบท็อก บริเวณใบหน้า
- โบท็อกริ้วรอยตีนกา ลดรอยตีนกา ริ้วรอยหางตา
- โบท็อกยกหางตา บรรเทาปัญหาหางตาตก
- โบท็อกหน้าผาก ลดรอยย่นบริเวณหน้าผาก
- โบท็อกระหว่างคิ้ว ลดรอยย่นระหว่างคิ้ว
- โบท็อกกราม ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ลดหน้าบาน ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง
- โบท็อกลิฟกรอบหน้า ยกกระชับผิว ทำให้กรอบหน้าดูชัด หน้าเรียวสวย
- โบท็อกปีกจมูก ลดขนาดปีกจมูก ให้จมูกดูเรียวเล็กลง
- โบท็อกสันจมูก ลดริ้วรอยสันจมูก และทำให้สันจมูกดูชัดขึ้น
- โบท็อกยกมุมปาก แก้ปัญหาปากคว่ำ มุมปากตก หน้าบึ้ง
- โบท็อกคาง แก้ปัญหาคางบุ๋ม คางย่น คางเป็นคลื่น
- โบท็อกผิว ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมัน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
ฉีดโบท็อก บริเวณลำตัว
- โบท็อกคอ ลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอ และปรับคอให้ดูเรียวสวยขึ้น
- โบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อใต้วงแขนและกลิ่นกาย
- โบท็อกแขน ลดขนาดต้นแขน ทำให้แขนดูเล็กและเรียวขึ้น
- โบท็อกน่อง ลดขนาดน่อง แก้ปัญหาน่องปูด ให้ขาดูเรียวยาว
ฉีดโบท็อก เพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ
- โบท็อกคอ บ่า ไหล่ บรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม
- โบท็อกศีรษะและท้ายทอย บรรเทาอาการปวดไมเกรน
ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดี ฉีดโบท็อกราคาเท่าไร
โบท็อกมีให้เลือกหลายยี่ห้อ หลายสัญชาติ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของความบริสุทธิ์ของตัวยา, การกระจายตัวของยา, ลักษณะในการออกฤทธิ์, ผลลัพธ์ที่ได้ รวมไปถึงราคาด้วยเช่นกัน
- Allergan โบท็อกอเมริกา ได้รับความนิยมสูงและเป็นโบท็อกยี่ห้อแรกในโลก ตัวยามีความบริสุทธิ์ 99.5% กระจายตัวแคบและแม่นยำ เห็นผลเร็วภายใน 3-5 วัน ให้ผลลัพธ์นาน 5-6 เดือน โอกาสดื้อยาน้อย มีราคาสูง ผ่านการรับรองจากอย. ไทย และอย. อเมริกา
- Xeomin โบท็อกเยอรมัน โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยี XTRACT™ ในการตัดโปรตีนส่วนเกินออก จึงทำให้มีความบริสุทธิ์สูงถึง 100% ลดโอกาสในการดื้อยาได้ในระยะยาว ตอบโจทย์กับผู้ที่ฉีดโบท็อกบ่อย หรือฉีดโบท็อกแล้วไม่ค่อยเห็นผล ตัวยามีโมเลกุลเล็ก สามารถกระจายตัวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 4-6 เดือน ผ่านการรับรองจากอย. ไทย และสหรัฐอเมริกา
- Nabota โบท็อกเกาหลีเกรดพรีเมียม ตัวยามีความบริสุทธิ์ 98.7% โอกาสดื้อยาน้อย ออกฤทธิ์เร็ว เห็นผลไว ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 4-6 เดือน ราคาย่อมเยา ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ไทย, เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ตัวยามีการกระจายตัวเป็นวงกว้าง จึงเหมาะกับการฉีดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ อย่างกราม หรือน่อง
นอกจากยี่ห้อข้างตัน ยังมีโบท็อกยี่ห้ออื่น ๆ ที่ผ่านการรับรองจากอย. ไทย ให้เลือกฉีดอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Aestox (เกาหลี), Neuronox (เกาหลี), Dysport (อังกฤษ) หรือ BTXT (ฮ่องกง)
ฉีดโบท็อกราคาเท่าไหร่?
ฉีดโบท็อกราคาเท่าไหร่? ราคาของการฉีดโบท็อก จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อก, ปริมาณในการฉีด, ตำแหน่งที่ฉีด และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก เริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท สำหรับราคาโบท็อกที่ปัทมาคลินิก เริ่มต้นเพียง 5,999 บาท สำหรับปริมาณ 50 ยูนิต
- โบท็อก Nabota ปริมาณ 50 ยูนิต ราคา 5,999 บาท
- โบท็อก Nabota ปริมาณ 100 ยูนิต ราคา 9,999 บาท
- โบท็อก Xeomin ปริมาณ 50 ยูนิต ราคา 9,900 บาท
- โบท็อก Xeomin ปริมาณ 100 ยูนิต ราคา 17,900 บาท
- โบท็อก Allergan ปริมาณ 100 ยูนิต ราคา 21,000 บาท
ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อก
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อกเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดโอกาสในการดื้อยาและผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แนะนำให้ปฏิบัติตัวดังนี้
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกอย่างครอบคลุม
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า
- แจ้งประวัติการรักษา การแพ้ยา ประวัติการทำหัตถการ ให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ก่อนฉีด 1 สัปดาห์
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ก่อนฉีดโบท็อกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- งดสครับหน้าหรือทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า ก่อนฉีด 2-3 วัน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก
- ขยับกล้ามเนื้อหลังฉีดทันที เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น
- 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อก ห้ามนอนราบ นอนตะแคง นอนคว่ำหน้า
- 1 วันหลังฉีดโบท็อก หลักเลี่ยงการแต่งหน้า การออกกำลังกาย และการนวดคลึงในบริเวณที่ฉีด
- ภายใน 1-2 สัปดาห์แรก ให้งดทำเลเซอร์ นวดหน้า กดจุดบนใบหน้า สครับหน้า หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าสัมผัสกับความร้อน อย่างการกินหมูกะทะ กินชาบู
- ภายใน 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ และอาหารที่มีโซเดียมสูง
สรุป
โบท็อก คือการฉีดตัวยาเข้าไปเพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและรอยย่นบนใบหน้า รวมไปถึงลดขนาดกล้าม ลดขนาดกล้ามเนื้อ สามารถใช้ในการปรับสภาพผิวและรูปหน้าได้ อีกทั้งยังเห็นผลเร็ว เห็นผลชัดเจน และมีราคาไม่สูงจนเกินไป จึงทำให้การฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
สำหรับใครที่สนใจฉีดโบท็อก แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะฉีดโบท็อกที่ไหนดี ที่เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ตัวยาแท้ แพทย์เชี่ยวชาญ และเห็นผลจริง สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ปัทมาคลินิก (Patama Clinic) ก่อนตัดสินใจได้ เราคือคลินิกเสริมความงามที่เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ หรือยกกระชับผิว นำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์สูงกว่า 30 ปี โดดเด่นเรื่องการให้การรักษาแบบ Personalized (เฉพาะบุคคล) วางแผนการรักษาแบบเคสต่อเคส เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับคนไข้แต่ละคน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/จองคิวปรึกษา ได้ที่นี่
- LINE OA : @patama
- สาขาสีลม (ใกล้ BTS ศาลาแดง/MRT สีลม) โทร 086-369-6354
- สาขาเมืองทอง (ติดถนนบอนด์สตรีท) โทร 099-950-9997
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก
หลังจากฉีดโบท็อกนอนตะแคงได้ไหม
หลังฉีดโบท็อกเสร็จ ภายใน 3-4 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการนอนไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการนอนตะแคง นอนราบ นอนคว่ำ หรืออยู่ที่ท่าที่หัวต่ำกว่าหน้าอก 3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายตัวไปยังบริเวณอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แนะนำให้นั่งเอนหลัง หรือนอนหมอนสูงไปก่อน
อายุเท่าไหร่ ถึงเริ่มฉีดโบท็อกได้
โบท็อก สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงอายุที่ร่างกายพร้อม และเหมาะกับการป้องกันริ้วรอยก่อนวัย ส่วนคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี แต่อยากฉีดโบท็อก ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน หรือพาผู้ปกครองมาพบแพทย์ในวันทำหัตถการได้
ฉีดโบท็อกควรเว้นกี่เดือน
ถ้าไม่อยากให้ใบหน้ากลับไปมีริ้วรอย หรือหน้าไม่เป๊ะเหมือนก่อนฉีด ต้องหมั่นฉีดโบท็อกอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจากการฉีดครั้งล่าสุด เพื่อป้องกันอาการดื้อโบ และไม่ควรเว้นนานเกิน 6 เดือน เพราะถ้าทิ้งช่วงนานเกินไป ริ้วรอยอาจกลับมาเร็วและเห็นชัดขึ้นกว่าเดิมได้
ฉีดโบท็อกเจ็บไหม
เจ็บเล็กน้อย หรือไม่เจ็บเลย เพราะทางคลินิกจะมีการแปะยาชาหรือประคบน้ำแข็ง เพื่อลดความรู้สึกในบริเวณนั้นก่อนฉีดโบท็อก จึงทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมาก
ฉีดโบท็อกอยู่ได้กี่เดือน ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลช่วง 3-7 วันแรกหลังฉีด และจะเห็นผลชัดเจนในช่วง 14 วันหลังฉีด ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 เดือน ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกที่ฉีด ตำแหน่งในการฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีดด้วย

