ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร? ฉีดจุดไหนได้บ้าง อยู่ได้นานแค่ไหน ราคาเท่าไหร่ [2026]
หน้าดูโทรมขึ้น ทั้งที่ไม่ได้พักผ่อนน้อย ใต้ตาลึก ร่องแก้มชัดจนทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย รู้ไหมว่าปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นได้จากการที่โครงสร้างผิวเปลี่ยนไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลผิวภายนอกเท่านั้น แล้วถ้าเจอปัญหาแบบนี้จะแก้ยังไง แน่นอนแค่สกินแคร์ก็เอาไม่อยู่ ทำให้หลายคนเลือกฉีดฟิลเลอร์ ตัวช่วยในการเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มน้ำ นุ่มเด้ง ทำให้ผิวดูเรียบเนียน และช่วยปรับโครงหน้าให้สมดุลขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน
ใครที่ยังไม่เคยฉีดฟิลเลอร์ ไม่รู้ว่าฟิลเลอร์ราคาเท่าไร หลังฉีดปลอดภัยแค่ไหน เห็นผลลัพธ์ยังไง ควรฉีดจุดไหนบ้าง หรือเหมาะกับใคร บทความนี้ ปัทมาคลินิกมีเกร็ดความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับฟิลเลอร์มาแชร์กัน
Key Takeaway
- โปรแกรมฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟูขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- สารที่ใช้เติมเต็มผิว คือ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งมีอยู่ในร่างกายและสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
- ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีด ปริมาณ cc และการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส
- ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอยู่กับการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้มีประสบการณ์

ฟิลเลอร์ คืออะไร?
ฟิลเลอร์ (Filler) คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ผิว เพื่อช่วยปรับรูปหน้าและแก้ไขปัญหาผิวในจุดต่าง ๆ เช่น ร่องลึก ใต้ตาคล้ำ แก้มตอบ หรือคางสั้น โดยสารที่ใช้คือสารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เดิมทีเป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น HA จะลดลง ทำให้ต้องมีตัวช่วยอย่างการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูให้ผิว
สารเติมเต็มจากฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร?
Hyaluronic Acid หรือสารเติมเต็มในโปรแกรมฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวบริเวณที่ฉีด ช่วยพยุงผิวที่ยุบตัวหรือเป็นร่องให้กลับมาเรียบและดูเต็มขึ้นทันที เพราะตัวสารมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะดึงน้ำเข้ามาในบริเวณนั้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น

ฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
โปรแกรมฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายจุดบนใบหน้า ขึ้นอยู่กับปัญหาและรูปหน้าของแต่ละคน โดยแพทย์จะประเมินและออกแบบให้เหมาะ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาแลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ลดความหมองคล้ำและความโทรม ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาใต้ตาลึก เห็นเป็นเงาคล้ำชัด
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้ปัญหาร่องแก้มลึกที่ทำให้หน้าดูมีอายุ การเติมฟิลเลอร์จะช่วยให้ผิวบริเวณนี้เรียบขึ้น ทำให้หน้าดูโดยรวมดูเด็กลง
- ฟิลเลอร์แก้มตอบ เพิ่มวอลลุ่มให้แก้มที่ยุบตัวหรือดูตอบ ทำให้ใบหน้าดูเต็ม อิ่ม และสุขภาพดีขึ้น เหมาะกับคนที่หน้าดูโทรมหรือผอมเกินไป
- ฟิลเลอร์คาง ปรับรูปคางให้ยาวขึ้นหรือได้สัดส่วนมากขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวและสมดุล โดยไม่ต้องผ่าตัดเสริมคาง
- ฟิลเลอร์หน้าผาก เติมเต็มหน้าผากที่แบนหรือมีร่อง ให้ดูโค้งมน เรียบเนียน ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูละมุนและมีมิติมากขึ้น
- ฟิลเลอร์ขมับ แก้ปัญหาขมับตอบที่ทำให้โครงหน้าดูแข็งหรือดูมีอายุ เมื่อเติมเต็มแล้วจะช่วยให้หน้าดูซอฟต์ลงและสมดุลขึ้น
- ฟิลเลอร์ริมฝีปาก เพิ่มความอวบอิ่ม ปรับรูปทรงปากให้ชัดขึ้น เช่น ปากกระจับ หรือแก้ปากบางให้ดูเต็มและดูสุขภาพดี
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า ช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ทำให้หน้าดูมีมิติและดูเรียวขึ้น
- ฟิลเลอร์จมูก เสริมสันจมูกให้ดูโด่งขึ้น ปรับรูปทรงให้ดูเรียบขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการปรับเล็กน้อยโดยไม่อยากผ่าตัด
สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองควรเติมเต็มในจุดไหนของใบหน้า ประเมินปัญหาผิวและเลือกโปรแกรมความงามที่เหมาะกับคุณ ปรึกษาฟรี คลิกเลย!
ฟิลเลอร์ต้องฉีดกี่ cc ถึงจะเห็นผล?
ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละจุดจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาใบหน้า โครงหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วปริมาณที่ใช้ฉีดคร่าว ๆ ในแต่ละจุดมีดังนี้
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ประมาณ 1-2 cc
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ประมาณ 1-2 cc
- ฟิลเลอร์แก้มตอบ ประมาณ 2-4 cc
- ฟิลเลอร์คาง ประมาณ 1-3 cc
- ฟิลเลอร์หน้าผาก ประมาณ 2-5 cc
- ฟิลเลอร์ขมับ ประมาณ 2-4 cc
- ฟิลเลอร์ริมฝีปาก ประมาณ 1-2 cc
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า ประมาณ 2-4 cc
- ฟิลเลอร์จมูก ประมาณ 1-2 cc
ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี?
ตอนนี้ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในคลินิกเสริมความงามและมีให้บริการที่ปัทมา คลินิก จะมีอยู่ 2 แบรนด์หลัก ๆ คือ Neuramis (เกาหลี) และ Restylane (สวีเดน)
Neuramis
Neuramis เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลีที่ได้รับความนิยม เพราะมีราคาคุ้มค่าและมีหลายรุ่นให้เลือกตามปัญหาใบหน้า เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น ใช้งานได้หลากหลาย และให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
เพิ่มเกริ่นเกี่ยวกับฟิลเลอร์ยี่ห้อ Neuramis
Neuramis Deep
- ฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับร่องลึกและปาก ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับเติมร่องลึกระดับกลาง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือฉีดปาก เนื้อฟิลเลอร์มีความนุ่ม ทำให้หลังฉีดดูเป็นธรรมชาติ
Neuramis Volume
- ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ใช้เพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปหน้า
- เหมาะสำหรับการเพิ่มวอลลุ่ม เช่น คาง แก้ม หรือหน้าผาก เนื้อฟิลเลอร์จะมีความแน่นมากกว่า Deep ช่วยให้รูปหน้าชัดขึ้น
Restylane
Restylane เป็นฟิลเลอร์จากสวีเดนที่มีชื่อเสียงระดับโลก จุดเด่นคือเทคโนโลยีการผลิตที่แม่นยำ ทำให้มีฟิลเลอร์หลายรุ่นสำหรับแต่ละปัญหาโดยเฉพาะ ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและค่อนข้างอยู่ได้นาน
Restylane Classic
- โปรแกรมฟิลเลอร์รุ่นมาตรฐาน ใช้เติมร่องลึกและปรับผิวให้เรียบเนียน
- เหมาะสำหรับคนที่มีร่องลึกและริ้วรอยทั่วไป อยากปรับผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น
Restylane Vital Light
- ฟิลเลอร์เนื้อเบา เน้นงานผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและความใส
- เหมาะกับงานผิว เช่น ใต้ตา หรือผิวบาง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูใสและละเอียดขึ้น
Restylane Kysse
- ฟิลเลอร์สำหรับปากโดยเฉพาะ ให้ทรงสวยและดูเป็นธรรมชาติ
- ออกแบบมาสำหรับฉีดปากโดยเฉพาะ ช่วยให้ริมฝีปากอวบอิ่ม ทรงสวย
Restylane Lyft
- ฟิลเลอร์เนื้อแน่น คงรูปได้ดี
- เหมาะสำหรับยกกระชับโครงหน้าเฉพาะจุด เช่น กรอบหน้า คาง หรือแก้ม ทำให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น
หากพูดถึงฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี นอกจาก Neuramis และ Restylane ยังมีฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นที่ได้รับความนิยมในคลินิกเสริมความงามเช่นกัน เช่น Juvederm, Belotero ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ต้องการแก้ไข รวมถึงการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส
ฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง?
หลายคนที่กำลังสนใจฉีดฟิลเลอร์มักมีคำถามว่า ฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ CC และมีโปรโมชันอะไรบ้าง? จริง ๆ แล้วราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และปริมาณที่ใช้ในแต่ละจุด โดยแพทย์จะช่วยประเมินให้เหมาะกับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ มาดูราคาโปรแกรมฟิลเลอร์และโปรโมชันเบื้องต้นกันได้เลย
Program Filler Neuramis
- Neuramis 1 ซีซี ราคา 6,000.-
- Neuramis 3 ซีซี ขึ้นไป ราคา 5,500.- /ซีซี
- Neuramis 6 ซีซี ขึ้นไป ราคา 5,000.-/ซีซี
Program Filler Restylane
- Restylane Classic 1 ซีซี ราคา 13,000.-/ซีซี
- Restylane Vital Light 1 ซีซี ราคา 13,000.-/ซีซี
- Restylane Lyft 1 ซีซี ราคา 13,000.-/ซีซี
- Restylane Kysse 1 ซีซี ราคา 14,000.-/ซีซี
Program Filler Belotero
- Belotero Revive 1 ซีซี ราคา 16,000.-
- Belotero Revive 2 ซีซี ราคา 28,000.-
โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ปัทมา คลินิกเลย!
- ซื้อ Restylane 2 ซีซี ลด 2,000.-
- ซื้อ Restylane 3 ซีซี ลด 4,000.-
- ซื้อ Restylane 4 ซีซี ลด 6,000.-
- ซื้อ Restylane 5 ซีซี ลด 8,000.-
สนใจสอบถามราคาโปรแกรมฟิลเลอร์ โปรโมชั่น คลิกเลย!

ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ มีอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ปัทมาคลินิก มีเกร็ดความรู้ดี ๆ ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการมาแชร์กัน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกัน
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ควรเป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตชัดเจน สะอาด และน่าเชื่อถือ
- ต้องฉีดโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง
- ใช้ฟิลเลอร์ของแท้เท่านั้น โดยเฉพาะ Hyaluronic Acid ที่สามารถสลายได้ และผ่านการรับรอง
- แจ้งประวัติสุขภาพก่อนทำ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ทานอยู่ หรือประวัติแพ้ยา
- งดยาบางชนิดก่อนฉีด เช่น ยาแอสไพริน หรืออาหารเสริมบางอย่างที่อาจทำให้ช้ำง่าย
- เข้าใจผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ฟิลเลอร์ช่วยปรับรูปหน้าได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโครงหน้าได้ทั้งหมด
- อาจมีอาการบวม ช้ำเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติหลังฉีด และมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
- ต้องมีการดูแลหลังฉีด เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน การนวดแรง ๆ หรือกิจกรรมที่กระทบหน้าในช่วงแรก
ฟิลเลอร์อันตรายไหม?
ปัจจุบันโปรแกรมฟิลเลอร์หลายยี่ห้อได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจากอย. ไทยและต่างประเทศ รวมถึงยังเป็นหัตถการยอดนิยมที่มีให้บริการในคลินิกชั้นนำหลายที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย ไม่เสี่ยงเจอผลข้างเคียงร้ายแรงเช่นยาปลอม หรือแพทย์ไม่มีประสบการณ์ ควรเลือกฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์กับคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดทุกเคส เพื่อลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์ออกมาปลอดภัยที่สุด
รวมวิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์มีส่วนช่วยทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดีขึ้น และมีโอกาสที่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย
ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง เพื่อลดโอกาสช้ำง่าย
- งดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา (ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องทาน)
- พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
- ดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
- แจ้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการแรง ๆ บริเวณใบหน้าก่อนฉีด
หลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือจับบริเวณที่ฉีดในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
- งดความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ในช่วงแรก เพื่อลดอาการบวมและช้ำ
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและเข้าที่ดีขึ้น
- หากมีอาการบวมเล็กน้อย สามารถประคบเย็นได้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการบนใบหน้าในช่วง 2 สัปดาห์
- หากมีอาการปวด บวมมาก หรือผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที
สรุป
โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาใต้ตาลึก ร่องแก้มชัด หรือใบหน้าดูโทรมจากโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปตามวัย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เทคนิคการฉีด และการเลือกใช้ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับแต่ละจุด ดังนั้นการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เติมเต็มร่องลึก ยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรึกษาทีมแพทย์ความงามฟรีมากประสบการณ์ได้ที่ Patama Clinic เราคือคลินิกเสริมความงามที่เชี่ยวชาญการออกแบบปรับรูปหน้า “เฉพาะบุคคล” (Personalized Program) ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มีเทคโนโลยีทันสมัยและมาตรฐานความปลอดภัย ดูแลโดยแพทย์ตลอดขั้นตอนทำหัตถการ และมีการติดตามผลการรักษา อุ่นใจ ทำแล้วเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่ดีขึ้น มีรีวิวรูปและวิดีโอจากเคสจริงทั้งโปรแกรมฟิลเลอร์ และโปรแกรมยกกระชับอื่น ๆ สนใจติดต่อเข้ามาสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

ทำนัดปรึกษา / สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA : @patama
- โทรศัพท์ 099-950-9997
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q : อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฉีดฟิลเลอร์ได้
A : โดยทั่วไปสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 18 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มมีปัญหาโครงหน้า เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้มชัด หรือใบหน้าขาดมิติ ทั้งนี้ควรผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
Q : ฟิลเลอร์ควรฉีดบ่อยแค่ไหน ต้องเว้นกี่เดือน?
A : ฟิลเลอร์จะอยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และตำแหน่งที่ฉีด หลังจากนั้นสามารถเติมเพิ่มได้เมื่อเริ่มเห็นว่าฟิลเลอร์ลดลง
Q : ฟิลเลอร์ทำคู่กับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม?
A : สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นที่ไม่ใช่หัตถการที่มีความร้อนสูงได้ได้ เช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ หรือเมโสหน้าใส ทั้งนี้ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด