หน้าบานเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุและวิธีแก้หน้าบาน

ใครที่เป็นคนหน้าบาน อาจประสบปัญหาถ่ายรูปออกมาแล้วใบหน้าดูไม่มีมิติ ดูแบนไปหมด จนทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในตนเองได้ หลายคนเข้าใจว่าหน้าบานเกิดจากไขมันส่วนเกินเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาหน้าบานจึงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บทความนี้ Patama Clinic (ปัทมา คลินิก) จะพาไปคลายข้อสงสัยว่าหน้าบานเกิดจากอะไร? และสามารถแก้ไขด้วยวิธีใดได้บ้าง
หน้าบานเกิดจากอะไร
คนหน้าบานเกิดได้จาก 3 สาเหตุ ได้แก่ ไขมันส่วนเกิน, กระดูกโครงหน้า และกล้ามเนื้้อใบหน้า บางคนอาจจะหน้าบานเพราะ 1 สาเหตุ แต่บางคนก็อาจหน้าบานเพราะหลายสาเหตุร่วมกัน
- หน้าบานเพราะไขมันส่วนเกิน
ไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คาง (เหนียง) มีส่วนทำให้ใบหน้าดูกลมใหญ่และบานออกได้ ซึ่งเกิดจากได้ทั้งกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และน้ำตาลมากเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินจำเป็น และนำไปสะสมไว้ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย
- หน้าบานเพราะกระดูกโครงหน้า
ปัญหาหน้าบานเพราะกระดูกโครงหน้าใหญ่ หรือกระดูกกรามใหญ่ เป็นกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อมาจากพ่อแม่ตั้งแต่กำเนิด ตอนเด็กอาจมองเห็นปัญหานี้ไม่ชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในวัยที่ใบหน้าเต็มไปด้วย Baby Fat (ไขมันใบหน้าที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์) แต่พอโตขึ้นแล้ว Baby Fat ค่อย ๆ ลดลง เราจึงมองเห็นโครงหน้าชัดเจนขึ้น
- หน้าบานเพราะกล้ามเนื้อใบหน้า
กล้ามเนื้อกรามเป็นจุดที่ทำให้หน้าของเราดูบานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการเคี้ยวอาหาร ยิ่งเคี้ยวนาน เคี้ยวเยอะ ก็มีส่วนทำให้กล้ามเนื้อกรามใหญ่ขึ้นได้ เนื่องจากการเคี้ยวเป็นเหมือนการออกกำลังกายกล้ามเนื้อ เวลาเคี้ยวกล้ามเนื้อจึงสามารถพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้นั่นเอง
รวมวิธีแก้ปัญหาหน้าบาน
หลังจากที่เราทราบแล้วว่าปัญหาหน้าบานเกิดจากอะไรได้ไปแล้ว เรามารู้จักวิธีแก้หน้าบานกันบ้าง ซึ่งวิธีแก้หน้าบานยอดนิยม ได้แก่ Botox, Filler, Ulthera, Thermage, Oligio, Ultraformer ฯลฯ แต่ละวิธีคืออะไร และเหมาะกับใครบ้าง ไปติดตามกันต่อได้เลย
Botox (โบท็อกซ์)
Botox (โบท็อกซ์) คือสารสกัดจากโปรตีนบริสุทธิ์ของแบคทีเรีย Clostridium botulinum มีส่วนช่วยยับยั้งการทำงานของปลายเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ขยับ กล้ามเนื้อก็จะเล็กและหดตัวลง เหมาะกับคนที่หน้าบานเพราะกล้ามเนื้อกรามใหญ่ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย
- เห็นผลภายใน 1-2 สัปดาห์ นานต่อเนื่อง 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและตำแหน่ง)
- ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เลย
Filler (ฟิลเลอร์)
Filler (ฟิลเลอร์) คือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) โดดเด่นเรื่องการเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าให้ดูอิ่มฟูขึ้น และสามารถใช้ฉีดปรับรูปหน้า เพื่อให้ใบหน้ามีมิติ ได้รูปสวย และดูเรียวขึ้นได้ เช่น ฉีดเติมเต็มในจุดที่เป็นร่องลึกและผิวที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ฟิลเลอร์จะช่วยยกผิวขึ้นให้ใบหน้าดูเป๊ะยิ่งขึ้น หรือฉีดบริเวณคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูยาวขึ้น เรียวขึ้น และมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคุณสมบัติในการช่วยปรับสภาพผิวให้แลดูมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย
- ฟิลเลอร์ไม่ได้ช่วยลดหน้าบานโดยตรง แต่เป็นการปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลมากยิ่งขึ้น
- เห็นผลทันทีหลังฉีด ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-14 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ยี่ห้อ และตำแหน่งที่ฉีด)
- เจ็บน้อย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีด
Ulthera (อัลเทอร่า)
Ulthera (อัลเทอร่า) คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่มีความแม่นยำสูง เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นเครื่องเดียวในโลกที่มาพร้อมหน้าจอสแกนผิวแบบ Real-Time ช่วยให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง ส่งลงไปยังชั้นผิว ลงลึกถึงชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ที่อุณหภูมิความร้อน 60-70°C เพื่อให้เนื้อเยื่อในบริเวณดังกล่าวหดตัวลง และกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวเฟิร์มกระชับ สามารถใช้ในการลดหน้าบานได้
- เหมาะกับคนที่หน้าบานเพราะมีไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า
- เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย บริเวณใบหน้าและลำคอ
- อายุเท่าไหร่ควรทำ Ulthera? สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป
- เห็นผลหลังทำทันที 30% เริ่มเห็นผลชัดเจนในเดือนที่ 2-3 ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
- ไม่มีแผล ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
Thermage (เทอร์มาจ)
Thermage (เทอร์มาจ) ตัวช่วยยกกระชับผิว ลดไขมันส่วนเกิน และปรับหน้าให้ดูเรียวสวยขึ้น เหมาะกับคนหน้าบานเพราะแก้มหย่อนคล้อย มีเหนียงใต้คาง หรือกรอบหน้าไม่กระชับ โดยเครื่องนี้จะใช้พลังงาน Monopolar RF สร้างความร้อน ในการสลายไขมันและกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อเพิ่มความเฟิร์มกระชับให้ผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด
- เห็นผลหลังทำทันที 20% เห็นผลชัดเจนในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
- ทำได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
Oligio (โอลิจิโอ)
Oligio (โอลิจิโอ) เป็นเครื่องยกกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกิน ที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการเรียงตัวใหม่และหนาแน่นขึ้น พร้อมสลายไขมันส่วนเกิน จึงช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง ยืดหยุ่น และทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นได้ ตอบโจทย์กับคนหน้าบานเพราะมีไขมันบริเวณกรอบหน้า ร่วมกับปัญหาผิวอย่างมาก
- เห็นผลทันที 20-30% จากนั้นจะค่อย ๆ กระชับขึ้นเรื่อย ๆ ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 1 ปี
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่เสี่ยงผิวไหม้ เพราะตัวเครื่องมาพร้อมระบบปล่อยความเย็นขณะทำการรักษา
Ultraformer (อัลตราฟอร์เมอร์)
Ultraformer (อัลตราฟอร์เมอร์) เป็นอีกหนึ่งเครื่องที่ได้รับความนิยมในการนำไปใช้แก้ปัญหาหน้าบาน โดดเด่นเรื่องการมีหัวยิงพลังงานหลายหัว มีตั้งแต่ความลึก 2.0 mm ถึง 6.0 mm ซึ่งแต่ละหัวจะลงลึกถึงชั้นผิวและเหมาะกับการใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างกัน จึงสามารถยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และสลายไขมันได้ไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่ต้องผ่าตัด
- เหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับผิวและลดไขมันส่วนเกิน เพื่อให้หน้าดูเรียวสวยขึ้น
- เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อยไม่มาก และต้องการยกกระชับผิวในราคาสบายกระเป๋า
- เห็นผลทันที 20-30% เห็นผลชัดเจนในช่วง 2-3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ
แก้หน้าบานที่ไหนดี? 3 วิธีเลือกคลินิกลดหน้าบาน
อยากแก้หน้าบาน แต่ไม่รู้จะทำที่ไหนดี เพราะทุกวันนี้มีคลินิกเสริมความงามให้เลือกเต็มไปหมด ใครที่อยากทำสวยอย่างปลอดภัย ต้องคำนึงถึง 3 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจ (สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกหัตถการ)
- มาตรฐานของคลินิก
มาตรฐานพื้นฐานของคลินิกเสริมความงามคือการเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเช็กได้ใบอนุญาตที่ติดไว้ที่หน้าคลินิก จากนั้นอาจจะเช็กในเรื่องของมาตรฐานในการให้บริการ, ความสะอาดของคลินิก, ทำเลที่ตั้งของคลินิกและการเดินทาง, ชื่อเสียงของคลินิก และที่สำคัญเลยคือเครื่องมือและอุปกรณ์ต้องเป็นของแท้ มีคุณภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐาน
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า ถ้าใช้เครื่องมือเดียวกัน ผลลัพธ์ก็จะออกมาเหมือนกัน ไม่ว่าจะรักษากับที่ไหน แต่จริง ๆ แล้ว ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์เป็นหลัก ซึ่งฝีมือของแพทย์จะมาจากการสั่งสมประสบการณ์ ยิ่งมีประสบการณ์สูงเท่าไหร่ ความแม่นยำในการรักษาก็จะมากขึ้นเท่านั้น จึงทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีด้วย เพราะแพทย์ที่มีฝีมือจริง จะรู้ว่าในแต่ละเคสควรเลือกใช้เครื่องอะไร ต้องตั้งค่าพลังงานอย่างไร และเลือกใช้เทคนิคไหน จึงจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเลย
ดังนั้น แนะนำให้เลือกรับบริการกับคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง (อย่างน้อย 5-10 ปี) มีใบประกอบวิชาชีพจริง มีผลงานให้ชม และอาจสังเกตได้จากช่วงรับคำปรึกษา เพราะแพทย์ที่เชี่ยวชาญจะให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา เน้นวางแผนการรักษาเพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด
- รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
รีวิวจากผู้ใช้บริการจริงของคลินิก ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คลินิกดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ยังช่วยในการประกอบการตัดสินใจของผู้เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ดูรีวิวเยอะ ๆ โดยเฉพาะเคสที่มีปัญหาหน้าบานเหมือนกับเรา เพราะจะช่วยให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังทำได้ดีที่สุด
สรุป
ใครที่กังวลเรื่องหน้าบาน ต้องการแก้ไขปัญหานี้ให้หน้าดูเรียวสวยขึ้น สามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมได้ทันที โดยพิจารณาจาก 3 ข้อที่เราแนะนำไป ทั้งมาตรฐานของคลินิก ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งนี้ หากใครไม่รู้ว่าจะไปแก้หน้าบานที่ไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ 30 ปี ได้ที่ Patama Clinic (ปัทมา คลินิก) โดดเด่นด้านการมอบการรักษาแบบ Personalized (เฉพาะบุคคล) เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสมและตรงกับความต้องการของคนไข้แต่ละรายมากที่สุด

จองคิวปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA : @patama
- สาขาสีลม (ใกล้ BTS ศาลาแดง/MRT สีลม) โทร 086-369-6354
- สาขาเมืองทอง (ติดถนนบอนด์สตรีท) โทร 099-950-9997