เปรียบเทียบ Oligio VS OligioX แตกต่างกันอย่างไร? ทำเครื่องไหนดี?
ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการฟื้นฟูผิวจากความหย่อนคล้อย จะเห็นได้ว่ามีให้เลือกหลากหลายเทคโนโลยี ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือการใช้คลื่นวิทยุ RF ในการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด อย่าง “Oligio” และ “OligioX” ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ แล้ว Oligio VS OligioX แตกต่างกันอย่างไร? มีหลักการทำงานที่เหมือนกันไหม? และ OligioX เหมาะกับใครบ้าง? สามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้กับ Patama Clinic (ปัทมาคลินิก)
Oligio คืออะไร
Oligio คือเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 6.78 MHz หรือ Monopolar RF ในการสร้างพลังงานความร้อน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ให้ผิวกลับมากระชับเต่งตึง เรียบเนียน ดูสุขภาพดีอีกครั้ง โดยไม่มีการเปิดแผลผ่าตัด ตอบโจทย์ทั้งกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย คนที่ใบหน้ามีริ้วรอย รวมไปถึงคนที่มีแก้มเยอะ มีเหนียงใต้คาง และคนที่อยากลดส่วนเกินให้กรอบหน้าดูเรียวเล็ก
OligioX คืออะไร
OligioX คือเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่พัฒนามาจาก Oligio รุ่นเดิม เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า โดย OligioX ยังคงอาศัย Monopolar RF ในการสร้างพลังงานความร้อนเช่นเดิม แต่ปรับจากโหมดการยิงพลังงานแบบ Single Mode มาเป็น Dual Mode ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้มากขึ้น (สูงสุด 400W) พร้อมส่งพลังงานลงสู่ผิวชั้นตื้นและชั้นลึกแบบสลับกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมครบทุกระดับชั้นผิว นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบปล่อยความเย็นให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
OligioX แตกต่างกับ Oligio อย่างไร
Oligio VS OligioX แตกต่างกันอย่างไร? ทั้งสองเครื่องนี้ต่างใช้ Monopolar RF ในการสร้างพลังงานความร้อนเช่นเดียวกัน แต่ OligioX ได้มีการพัฒนาระบบการทำงาน พร้อมกับเสริมเทคโนโลยีพิเศษเข้ามา ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและครอบคลุมปัญหาผิวที่หลากหลายมากกว่าเดิม ดังนี้
| Oligio | OligioX | |
| เทคโนโลยีหลัก | Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz | Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz |
| โหมดการส่งพลังงาน | Single Mode
ยิงพลังงานได้โหมดเดียว ใช้ความร้อนสม่ำเสมอรูปแบบเดียว |
Dual Mode
ยิงโหมดตื้นและลึกสลับกัน พลังงานลงลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว |
| การปล่อยพลังงาน | สูงสุด 115W | สูงสุด 400W |
| ระดับการลงลึกสู่ชั้นผิว | ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ | ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน |
| ระบบปล่อยความเย็น | ปล่อยความเย็น 5 Pulses
(5 ครั้งต่อช็อต) |
ปล่อยความเย็น 11 Pulses
(11 ครั้งต่อช็อต) |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | รู้สึกอุ่นเล็กน้อย | รู้สึกเย็นสบายผิว เจ็บน้อยลง |
| ผลลัพธ์หลังทำ | 6-8 เดือน | 8-12 เดือน |
| เหมาะกับใครบ้าง? | คนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อย (อายุ 25 ปีขึ้นไป), คนที่อยากฟื้นฟูผิว, คนที่มีแก้ม มีเหนียง, คนที่มีริ้วรอยบนใบหน้า | คนที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย, คนที่มีส่วนเกินบนใบหน้า, คนที่อยากหน้าเรียว กรอบหน้าชัด |
หลักการทำงานของ OligioX
OligioX มาพร้อมคอนเซปต์ “เย็น ยก ยุบ นาน” เริ่มจากการปล่อยความเย็น → ยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี GXG Dual-Mode → พลังงานความร้อนจะทำให้ผิวชั้นผิวยุบและกระชับตัวขึ้น → ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งกว่าเดิม มาเจาะลึกหลักการทำงานของ OligioX กันต่อได้เลย
เทคโนโลยี GXG Dual-Mode
เทคโนโลยี GXG Dual-Mode มีรูปแบบการทำงานแบบ 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 G Mode (Gliding)
ปล่อยพลังงานอ่อน ๆ + ใช้เทคนิคการถูวน เพื่ออุ่นผิวชั้นบน ให้พร้อมรับพลังงาน
ขั้นตอนที่ 2 X Mode (Stamping)
ปล่อยพลังงานลงถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่น กระชับ เต่งตึงมากขึ้น พร้อมลดส่วนเกินในชั้นไขมัน ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น
ขั้นตอนที่ 3 G Mode (Long-lasting heating)
กลับมาใช้เทคนิคการถูวนที่ผิวอีกครั้ง เพื่อล็อกอุณหภูมิความร้อนไว้ในชั้นผิว เมื่อความร้อนยังคงอยู่ กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวจะอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
G Mode
G Mode ของ OligioX คือการส่งพลังงานความร้อนไปยังผิวชั้นตื้น เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว เหมาะกับคนที่ผิวไม่กระชับ หรือต้องการดูแลเรื่องงานผิวเป็นหลัก หลักการทำงานจะคล้ายคลึงกับ Oligio รุ่นเดิม แต่สามารถทำพลังงานได้สูงกว่าและมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่า
X Mode
X Mode ของ OligioX คือการส่งพลังงานความร้อนไปยังผิวชั้นลึกหรือชั้นไขมัน เพื่อลดส่วนเกินบนใบหน้า จึงเหมาะกับคนที่มีแก้ม มีเหนียง หรือมีไขมันบริเวณกรอบหน้า ซึ่งโหมดนี้มีเฉพาะใน OligioX เท่านั้น จึงทำให้เครื่องรุ่นใหม่นี้ มีประสิทธิภาพในการกำจัดส่วนเกินในชั้นไขมันสูงกว่าเครื่อง Oligio รุ่นเดิม
ระบบความเย็น 11 Pulses
ระบบความเย็น (Cooling System) ของ OligioX ถูกอัปเกรดจาก 5 Pulses มาเป็น 11 Pulses แสดงว่าในการยิงพลังงาน 1 ช็อต ตัวเครื่องจะปล่อยลมเย็นออกมาถึง 11 ครั้ง นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิของผิวชั้นบนได้แล้ว ยังช่วยลดความเจ็บระหว่างทำการรักษา และลดปัญหาผิวไหม้ บวม แดง ได้อีกด้วย
ใครบ้างที่เหมาะกับ OligioX ?
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าบาน แก้มเยอะ แก้มห้อย มีเหนียง มีคางสองชั้น หน้าไม่เท่ากัน
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อย-ปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาเต่งตึง แข็งแรง เรียบเนียน ดูสุขภาพดี
- ผู้ที่มีริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องหน้าผาก ริ้วรอยรอบดวงตา หรือร่องแก้ม
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องการการพักฟื้น กลัวเจ็บ
สรุป
อ่านมาถึงตรงนี้ หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจแล้วว่า Oligio vs OligioX แตกต่างกันอย่างไร ปัทมาคลินิกขอสรุปสั้น ๆ ให้อีกครั้งว่า OligioX เป็นเครื่องที่ถูกพัฒนามาจาก Oligio รุ่นเดิม ทั้งสองเครื่องจะใช้คลื่นความถี่วิทยุเป็นพลังงานหลักในการสร้างความร้อน โดย OligioX ได้พัฒนาโหมดการส่งพลังงานมาเป็นแบบ Dual Mode ทำให้สามารถยิงโหมดตื้นและลึกสลับกันได้ ปล่อยพลังงานได้สูงขึ้นถึง 400W (เทียบเท่ากับ Thermage) ทั้งยังมีการอัปเกรดระบบปล่อยความเย็นให้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แม่นยำกว่า อยู่ได้นานกว่า และรู้สึกเจ็บน้อยลงในระหว่างทำ เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเครื่อง Oligio รุ่นเดิมนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม แต่ละบุคคลจะมีระดับความรุนแรงของปัญหาผิวแตกต่างกัน บางคนอาจจะเหมาะกับการใช้เครื่อง Oligio มากกว่า OligioX ได้ หรือบางคนอาจจะต้องอาศัยเครื่องยกกระชับตัวอื่น อาทิ Ulthera หรือ Ultraformer ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ารับการประเมินและปรึกษากับแพทย์ที่คลินิกเสริมความงามก่อนตัดสินใจ
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อย
ทำ Oligio vs OligioX กี่ครั้งเห็นผล
เริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ประมาณ 20-30% จากนั้นผิวก็จะกระชับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันส่วนเกินก็จะค่อย ๆ หายไป และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังจากที่ทำไปแล้วประมาณ 3-6 เดือร
Oligio vs OligioX สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นได้ไหม
Oligio vs OligioX สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องยกกระชับผิว อย่าง Ulthera, Ultraformer, Thermage หรือกลุ่มหัตถการเพื่อความงาม อย่าง Botox, Filler หรือ Gouri
ทำไมต้องทำสวย/ยกกระชับผิวที่ Patama Clinic ?
Patama Clinic (ปัทมาคลินิก) คลินิกเสริมความงามมาตรฐานสากล ใช้เครื่องแท้ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี ให้การรักษาแบบ Personalized ประเมินการรักษาและวางแผนการรักษาแบบเคสต่อเคส เพื่อการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด นำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง กว่า 30 ปี สามารถเข้ารับบริการปรึกษาแพทย์ได้ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @patama หรือโทรศัพท์ 086-369-6354 (สาขาสีลม), 099-950-9997 (สาขาเมืองทอง)