Patama Clinic
ปรึกษาฟรี

Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร? เครื่องไหนดีที่สุด

หากใครกำลังมองหาหัตถการสำหรับแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย คงจะเห็นได้ว่ามีเครื่องยกกระชับผิวให้เลือกมากมาย และแน่นอนว่าจะต้องเคยเห็น Oligio และ Ultraformer ผ่านตามาอย่างแน่นอน เพราะทั้งสองเครื่องนี้กำลังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์และเป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมสูงในปี 2025 ในบทความนี้ Patama Clinic จึงจะชวนคุณไปหาคำตอบกันว่า Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร พร้อมข้อดี-ข้อเสีย และราคา เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกเครื่องไหนดี

Oligio vs Ultraformer คืออะไร

ถ้าพูดถึงเครื่องยกกระชับยอดฮิตในคลินิกเสริมความงามในตอนนี้ คงไม่พ้น Oligio กับ Ultraformer อย่างแน่นอน นอกจากจะทำแล้วเห็นผลลัพธ์ที่ดีแล้ว ยังเป็นหัตถการที่แพทย์มักจะแนะนำอีกด้วย ก่อนที่จะไปเปรียบเทียบว่า Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร เรามาทำความรู้จักกับทั้งสองเครื่องนี้กันก่อนดีกว่า

Oligio คืออะไร

Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ในความถี่ 6.78 MHz ส่งเข้าไปที่ชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน สร้างความร้อนประมาณ 40-60°C เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้เกิดการจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ และสลายไขมันส่วนเกิน ส่งผลให้ผิวกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น

Ultraformer คืออะไร

Ultraformer คือเครื่องยกกระชับผิว ที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง หรือ HIFU (High Intensity Focus Ultrasound) ที่ถูกโฟกัสเป็นจุดเล็ก ๆ ในการสร้างพลังงานความร้อนและส่งลงไปยังชั้นผิว โดยสามารถเลือกยิงได้หลายระดับความลึก ตั้งแต่ชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) หรือชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดยกหน้า และทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อนประมาณ 60-70°C ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกกระชับผิวให้เฟิร์มขึ้นและลดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิวได้เท่านั้น ยังช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าหดตัวลงได้อีกด้วย

 

เปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร

Oligio และ Ultraformer เป็นเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่มีส่วนช่วยในการทำให้ผิวกระชับเต่งตึง พร้อมลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ผิวมีสัมผัสนุ่มเด้ง และแลดูอ่อนเยาว์ ทั้งยังมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเช่นเดียวกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งพลังงานที่ใช้ บริษัทผู้ผลิต ผลลัพธ์ ไปจนถึงค่าใช้จ่าย ดังนี้

รูปแบบพลังงานที่ใช้

  • Oligio : พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ลงลึกได้ถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน
  • Ultraformer : พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focus Ultrasound หรือ HIFU) ลงลึกได้ถึงชั้นไขมันและชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS)

ผู้ผลิตและมาตรฐานรองรับ

  • Oligio : พัฒนาโดยบริษัท WONTECH จากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ไทย, เกาหลี, สหรัฐอเมริกา และยุโรป
  • Ultraformer : พัฒนาโดยบริษัท CLASSYS จากประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ไทย, เกาหลี, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, ไต้หวัน และยุโรป

หัวยิงพลังงาน

  • Oligio : มีหัว Tip ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่ Face Tip สำหรับใบหน้าและลำคอ และ Eye Tip สำหรับรอบดวงตา
  • Ultraformer : มีหัวยิงพลังงานทั้งหมด 4 ระดับ ได้แก่ หัวยิงความลึก 2.0 mm (Cherry Pink), 3.0 mm, 4.5 mm และ 6.0 mm ครอบคลุมตั้งแต่ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ไปจนถึงการสลายไขมันใต้คาง

เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน

  • Oligio : คนที่มีแก้ม มีไขมันส่วนเกิน ผิวไม่กระชับ
  • Ultraformer : คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย

ตำแหน่งที่สามารถทำได้

  • Oligio : ใบหน้า, ลำคอ, ต้นแขน, ต้นขา และหน้าท้อง
  • Ultraformer : ใบหน้า, ลำคอ, ต้นแขน, ต้นขา, สะโพก และหน้าท้อง

ผลลัพธ์หลังยกกระชับผิว

  • Oligio : ผิวกระชับขึ้นทันทีหลังทำ 20-30% เห็นผลชัดเจนในช่วง 3-6 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
  • Ultraformer : ผิวกระชับขึ้นทันที 20-30% เห็นผลชัดเจนในช่วง 1-2 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน

ราคาและค่าใช้จ่าย

  • Oligio : ราคาเริ่มต้น 16,500 บาท สำหรับ 300 ช็อต
  • Ultraformer : ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท สำหรับ 300 ช็อต

ข้อดี-ข้อเสียของ Oligio และ Ultraformer

ข้อดีของ Oligio

  • ช่วยยกกระชับผิว พร้อมสลายไขมันในครั้งเดียว
  • มีระบบปล่อยความเย็นระหว่างยกกระชับผิว ช่วยบรรเทาความเจ็บได้
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย และประเทศอื่น ๆ 
  • ใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง (รวมแปะยาชา)
  • เจ็บน้อย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เสี่ยงผิวไหมหรือผิวแดง
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเสียของ Oligio

  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ไม่ถาวร แต่สามารถทำซ้ำได้
  • เริ่มเห็นผลชัดเจนหลังจากที่ทำไปเพียง 2 เดือน
  • ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก

ข้อดีของ Ultraformer

  • ลงลึกได้ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกันกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • มีหัวยิงให้เลือกหลายขนาด ช่วยให้การรักษาแม่นยำยิ่งขึ้น
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ไทย และประเทศอื่น ๆ 
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเสียของ Ultraformer

  • อาจรู้สึกเจ็บหรือร้อนที่ผิวขณะทำได้ แต่ไม่ถึงขั้นเสี่ยงผิวไหม้
  • สำหรับคนที่ผิวบาง อาจพบปัญหาผิวแดงหรือมีรอยช้ำหลังทำได้

Oligio และ Ultraformer เหมาะกับผิวแบบไหน

Oligio เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวไม่กระชับ ร่วมกับไขมันส่วนเกิน อาทิ มีแก้มเยอะ, มีเหนียง คางสองชั้น, กรอบหน้าไม่ชัด หรือต้องการให้หน้าเรียวกระชับขึ้น ส่วน Ultraformer จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นหลัก เช่น ริ้วรอยหน้าผาก, ริ้วรอยรอบดวงตา, ร่องแก้มลึก, คิ้วตก, หางตาตก, แก้มห้อย หรือมุมปากตก เป็นต้น

Oligio กับ Ultraformer ทำร่วมกับหัตถการไหนได้บ้าง

 

หลังจากที่รับการรักษาด้วยเครื่องยกกระชับผิวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Oligio, Ultraformer, Ulthera หรือ Thermage ไม่แนะนำให้ยกกระชับผิวด้วยเครื่องอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันนี้ซ้ำ จนกว่าผลลัพธ์จากการรักษาครั้งก่อนจะหายไป หรือผิวกลับมาหย่อนคล้อยเช่นเดิม (6-12 เดือน) เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากเครื่องเหล่านี้ค่อนข้างชัดเจนและช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำซ้ำ แต่ถ้าเป็นกลุ่มหัตถการยกกระชับแบบฉีด อย่าง Filler, Botox, Gouri, Radiesse หรือ Sculptra สามารถทำร่วมกับเครื่องยกกระชับผิวได้ ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์เป็นหลัก

 

แนะนำบทความที่น่าสนใจ

  • ยกกระชับหน้า มีกี่แบบ? รวม10 วิธียกกระชับหน้าที่เห็นผลจริง วิธีไหนดีที่สุด เช็กเลย!
  • Ultraformer ทั่วหน้า กี่ช็อต? ต้องทำกี่ช็อตจึงจะเห็นผลอย่างที่ต้องการ

สรุป

สรุป Oligio vs Ultraformer ต่างกันอย่างไร? และควรเลือกทำเครื่องไหนดี? โดยสรุปแล้ว ทั้งสองเครื่องนี้จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแตกต่างกัน ซึ่ง Oligio จะเหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกิน ร่วมกับปัญหาผิวไม่กระชับ เช่น คนที่มีแก้มเยอะ หรือคนที่มีเหนียงใต้คาง ส่วน Ultraformer จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยตื้นลึกบนใบหน้า รวมถึงคนที่มีลำคอเหี่ยวย่น นอกจากนี้ ยังแตกต่างกันในเรื่องของพลังงานที่ใช้สร้างความร้อน, รูปแบบของหัวพลังงาน, ระดับการลงลึกถึงชั้นผิว และด้านอื่น ๆ อีกด้วย

 

หากยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกทำเครื่องไหนดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญที่ Patama Clinic (ปัทมาคลินิก) ก่อนจะเป็นการดีที่สุด บริการให้คำปรึกษาฟรี โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง 30 ปี ประเมินและออกแบบการรักษาแบบ Personalized (เฉพาะบุคคล) เพื่อให้คนไข้ได้รับหัตถการที่เหมาะสมที่สุดกับปัญหาผิว และได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการที่สุด

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดปรึกษาแพทย์ได้ที่นี่

พร้อมให้บริการ 4 สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑล (สีลม, เมืองทองธานี, ปทุมธานี และตลาดรังสิต)

  • โทรศัพท์ 099-950-9997
  • LINE OA : @patama
กรอกข้อมูลเพื่อติดต่อเรา
บริการที่สนใจ*
นัดปรึกษา
ปรึกษาปัญหากับคุณหมอฟรี
นัดหมายปรึกษากับเราตั้งแต่วันนี้เพื่อค้นพบว่าการรักษาจะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานได้อย่างไร
นัดปรึกษา