รู้จัก Oligio คืออะไร เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ พร้อมรีวิว

อายุที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนังลดลงด้วย จึงทำให้มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยตามมา เทคโนโลยียกกระชับผิวจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาผิวเหล่านี้ และช่วยเพิ่มความกระชับเต่งตึง ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ลง บทความนี้ Patama Clinic จะพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Oligio เครื่องยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมที่สุดปี 2025 ใครที่กำลังมีแพลนอยากยกกระชับหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด หรือสนใจการทำ Oligio อยู่ สามารถทำความเข้าใจว่า Oligio คืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ฯลฯ ได้ในบทความนี้เลย
Key Takeaway
- Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน กระชับรูขุมขัน เพิ่มความยืดหยุ่นและทำให้ผิวกระชับขึ้น พร้อมสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิว
- หลังทำ Oligio จะเห็นผลลัพธ์ทันที 20% จากนั้นจะกระชับขึ้นเรื่อย ๆ และอยู่ได้นานถึง 1 ปี หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
- Oligio ผ่านการรับรองมาตรฐานมาแล้วว่าปลอดภัย เจ็บน้อย และใช้ระยะเวลาในการรักษาเพียง 30 นาทีเท่านั้น มีการดูแลตัวเองไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เลย
- ทำ Oligio โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Patama Clinic วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และมอบผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของคนไข้มากที่สุด

Oligio คืออะไร
Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive Lifting) จากประเทศเกาหลีใต้ โดยการส่งคลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78 MHz ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวและเกิดการจัดเรียงตัวใหม่ จึงช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิว ทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยขึ้นได้อีกด้วย
Oligio ช่วยอะไร
เครื่อง Oligio ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความกระชับเต่งตึง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น
- กระชับรูขุมขนและลดเลือนริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงและมีสุขภาพที่ดีขึ้น
- ยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย บริเวณใบหน้า กรอบหน้า หน้าผาก รอบดวงตา และลำคอ
- ลดไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะบริเวณเหนียง ใต้คาง ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดเจนมากขึ้น
ข้อดี-ข้อเสียของเครื่อง Oligio มีอะไรบ้าง
ข้อดีของเครื่อง Oligio
- ช่วยยกกระชับผิว พร้อมสลายไขมันในครั้งเดียว และเกิดการผลิตคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
- ปลอดภัย มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย, สหรัฐอเมริกา, เกาหลี และประเทศอื่น ๆ
- เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ประมาณ 20-30% จากนั้นจะค่อย ๆ กระชับขึ้นเรื่อย ๆ
- ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีรอยแผล และไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เลย
- เจ็บน้อย ไม่เสี่ยงปัญหาผิวไหม้หรือผิวแดง เพราะเครื่อง Oligio มีระบบปล่อยความเย็นระหว่างยกกระชับผิว
- ใช้ระยะเวลาในการทำน้อย ประมาณ 30 นาที ถือว่าน้อยกว่าเครื่องยกกระชับทั่วไป (ขึ้นอยู่กับระดับของปัญหาผิวและบริเวณที่ทำการรักษา)
ข้อเสียของเครื่อง Oligio
- ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน – 1 ปี (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ)
- ไม่เหมาะกับคนที่มีโรคเกี่ยวกับผิวหนัง มีรอยสัก มีแผลเป็น มีแผลเปิด หรือมีการอักเสบในบริเวณที่จะทำ
- คนที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ควรเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือน ก่อนทำ Oligio
- คนที่เพิ่งเติมไขมันหน้า ปลูกถ่ายไขมัน หรือปลูกถ่ายผิวหนัง ต้องเว้นระยะห่างประมาณ 6 เดือน

Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง
Oligio เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่สามารถทำได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้าและลำตัว อย่างลำคอ ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง แต่บริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการกระชับรูขุมขน, ยกคิ้ว, ลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา, ลดริ้วรอยหน้าผาก, ลดคางสองชั้น, ยกร่องแก้ม, ยกแก้ม, ลดความเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ, หรือกระชับกรอบหน้าให้ดูเรียวขึ้น เป็นต้น
Oligio เหมาะกับใครบ้าง
- คนที่อยากยกกระชับใบหน้าอย่างปลอดภัย เจ็บน้อย และไม่ต้องผ่าตัด
- คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย บนใบหน้าหรือลำคอ
- คนที่มีรอยตีนกา ร่องใต้ตา ถุงใต้ตา หางตาตก คิ้วตก รูขุมขนกว้าง รอยย่นหน้าผาก ฯลฯ
- คนที่อยากให้ใบหน้าดูอิ่มฟู ร่องลึกแลดูจางลง โดยไม่ต้องการฉีดสารเติมเต็ม
- คนที่ต้องการให้ใบหน้าเรียวสวย กรอบหน้าคมชัด โดยไม่ต้องพักฟื้น
Oligio เจ็บไหม
การทำ Oligio จะไม่มีการเปิดแผลผ่าตัด ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ และไม่ต้องใช้ยาชา อีกทั้งยังมีระบบปล่อยลมเย็นขณะทำการรักษา ทำให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่อาจจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวเล็กน้อยได้
Oligio ควรทำกี่ช็อตและกี่ครั้ง จึงจะเห็นผล
Oligio ควรทำกี่ช็อตและกี่ครั้ง จึงจะเห็นผล? จำนวนช็อตและจำนวนครั้งในการรักษา จะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับของปัญหาผิว บริเวณที่ทำ และความคาดหวังที่ผู้รับบริการต้องการ หลังจากที่แพทย์ได้พูดคุยและทำการประเมินแล้ว จึงจะทราบว่าผู้รับบริการแต่ละราย ควรทำกี่ช็อตและต้องทำประมาณกี่ครั้งจึงจะเห็นผล โดยทั่วไปแล้ว จะเริ่มต้นที่ 200-600 ช็อต สำหรับคนที่มีปัญหาผิวน้อย และ 900-1,200 ช็อต สำหรับคนที่มีปัญหาผิวมาก

การเตรียมตัวก่อนทำ Oligio
- พบแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการรักษา พร้อมแจ้งโรคประจำตัวและประวัติการรักษา
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว หรือสารที่มีส่วนทำให้ผิวบางลงอย่าง AHA, BHA และเรตินอล อย่างน้อย 3-5 วันก่อนทำ
- หลีกเลี่ยงการขัดหน้า อาบแดด หรืออบผิว อย่างน้อย 1 สัปดาห์
ขั้นตอนการทำ Oligio ที่ Patama Clinic
- แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหา และความคาดหวังของคนไข้ จากนั้นจะนำไปวางแผนการรักษาแบบ Personalized ทั้งในเรื่องของเทคนิคที่ใช้ แนวทางการรักษา เทคโนโลยี และจำนวนช็อตที่ยิง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้มากที่สุด
- แพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าให้ก่อนเริ่มการรักษา
- แพทย์ตั้งค่าระดับพลังงานและจำนวนช็อตที่ใช้ตามความเหมาะสม
- ทาเจลเย็นในบริเวณที่ต้องการยกกระชับผิวด้วย Oligio
- แพทย์วางหัวทิป Oligio บนบริเวณที่ต้องการยกกระชับ
- เริ่มปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ RF ลงไป โดยค่อย ๆ ไล่ระดับจากต่ำไปสูง
- ระหว่างทำคนไข้จะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิว ขณะเดียวกันก็จะมีลมเย็นปล่อยออกมาเป็นระยะ
- เมื่อแพทย์ทำ Oligio เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าให้เป็นขั้นตอนสุดท้าย
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio
หลายคนสงสัยว่าการทำ Oligio กี่วันเห็นผล? และหลังทำ Oligio อยู่ได้กี่เดือน? คำตอบคือหลังจากที่เครื่อง Oligio ส่งพลังงานเข้าไปที่ชั้นผิวหนัง ผลลัพธ์ในแง่ของความกระชับของผิวจะเกิดขึ้นทันที ประมาณ 20-30% เนื่องจากพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึง 3-6 เดือนหลังทำ ดังนั้น จะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังทำประมาณ 3-6 เดือน และจะอยู่ได้นานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของผู้รับบริการแต่ละคนด้วย
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio
หลังทำ Oligio ผิวอาจอ่อนแอและบอบบางลงชั่วคราว จึงต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบบวมแดง และถ้าหากมีการดูแลตัวเองหลังทำ Oligio เป็นอย่างดี ก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดและความร้อนโดยตรง
- หมั่นทาครีมบำรุงผิวสูตรอ่อนโยน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ เข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือหัตถการที่ใช้ความร้อน ประมาณ 1 สัปดาห์
- หากผิวแดงหรือเกิดการระคายเคือง แนะนำให้ประคบเย็นไว้ประมาณ 15-20 นาที
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้า หรือสัมผัสบริเวณที่ทำแรง ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์
Oligio ราคาเท่าไหร่
Oligio ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นบาทเป็นต้นไป โดยจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต ปัญหาผิวของผู้รับบริการ และโปรโมชันของแต่ละคลินิก อย่างโปรโมชัน Oligio จาก Patama Clinic มีให้เลือก 2 โปรโมชัน ดังนี้
- จำนวน 300 ช็อต สำหรับเก็บกรอบหน้า ราคาเริ่มต้นประมาณ 16,500 บาท
- จำนวน 600 ช็อต สำหรับกระชับผิวทั่วหน้า ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท
*หมายเหตุ : ราคาโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ
รีวิว Oligio จากผู้รับบริการจริงที่ Patama Clinic

เปรียบเทียบ Oligio กับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
ปัจจุบันมีเครื่องยกกระชับผิวให้เลือกมากมาย หลากหลายเทคโนโลยี และสร้างพลังความร้อนด้วยคลื่นที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่า Oligio แตกต่างกับเครื่องยกกระชับผิวยอดฮิตตัวอื่น ๆ อย่างไรบ้าง
Oligio VS Thermage แตกต่างกันอย่างไร
Oligio และ Thermage ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ในการสร้างความร้อนเช่นเดียวกัน แต่ Thermage จะมีค่าพลังงานที่สูงกว่า อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนในระหว่างทำได้ แม้ตัวเครื่องจะมีระบบปล่อยลมเย็นเหมือน Oligio ก็ตาม ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการทายาชาก่อนทำ และใช้ระยะเวลาในการทำนานกว่า (ประมาณ 30-90 นาที/ครั้ง)
นอกจากนี้ Thermage ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของหัวทิป (หัวที่ใช้ยิงพลังงานไปยกกระชับผิว) หากเปิดใช้งานแล้ว จะต้องทำให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมง และต้องยิงให้ครบ 900 ช็อต โดย Thermage เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวย้วยมาก ริ้วรอยเยอะ และมีไขมันใต้ชั้นผิวเยอะ
Oligio VS Ulthera แตกต่างกันอย่างไร
Ulthera ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง แบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focus Ultrasound) ในการสร้างอุณหภูมิความร้อน 60-70°C เน้นยกกระชับผิวในชั้นหนังแท้ หรือ SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) มีจุดเด่นเรื่องการยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อยคล้อย ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้นทันที
ส่วน Oligio จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง Monopolar RF ในการสร้างอุณหภูมิความร้อน 40-60°C เพื่อสลายไขมันและกระตุ้นคอลลาเจน ในชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน จึงโดดเด่นเรื่องการสลายไขมันพร้อมดยกกระชับผิว เหมาะกับคนที่มีแก้ม มีไขมันส่วนเกิน และมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
Oligio VS Ultraformer แตกต่างกันอย่างไร
Ultraformer ยกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ในบริเวณชั้นผิวหนังแท้ สามารถทำความร้อนได้ 60-70°C มีหัวหลายขนาด เหมาะสำหรับการยกกระชับในชั้นผิวที่มีระดับความลึกแตกต่างกันไป แต่ไม่มีหน้าจอแสดงผลการทำงานแบบ Real-time ในขณะที่ Oligio สร้างพลังงานความร้อนได้ประมาณ 40-60°C มาพร้อมหัวทิปที่ใช้ในการยิง 2 รูปแบบ คือ Face Tip สำหรับบริเวณใบหน้าและลำคอ และ Eye Tip สำหรับบริเวณรอบดวงตา
หากต้องเลือกระหว่าง Oligio และ Ultraformer ควรพิจารณาจากปัญหาผิวเป็นหลัก แต่แนะนำให้เข้าไปปรึกษาแพทย์ก่อนจะเป็นการดีที่สุด เพื่อการรักษาที่เหมาะสมและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- Ultraformer III และ Ultraformer MPT เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเป็นหลัก
- Oligio เหมาะกับคนที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย มีแก้ม มีไขมันส่วนเกิน หรือต้องการให้ผิวกระชับมากยิ่งขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio

Q1: Oligio อยู่ได้นานไหม
ผลลัพธ์หลังยกกระชับผิวด้วย Oligio จะอยู่ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี
Q2: Oligio ต้องทำบ่อยแค่ไหน
Oligio เป็นโปรแกรมยกกระชับผิวที่ให้ผลลัพธ์นานประมาณ 1 ปี แต่อาจอยู่นานกว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของคนไข้ สามารถทำซ้ำได้ทุก ๆ 6-12 เดือน หรือขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์
Q3: Oligio ใช้ระยะเวลาในการทำนานไหม
ปกติแล้วการทำ Oligio ในแต่ละครั้ง จะใช้ระยะเวลาเพียง 30 นาที หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง (ในกรณีที่ไม่แปะยาชา)
Q4: Oligio ทำให้ผิวบางลงไหม
Oligio มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และมีความแข็งแรงมากขึ้น ประกอบกับตัวเครื่องมีความปลอดภัยสูง อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ และมีเทคโนโลยีปล่อยลมเย็น จึงไม่ทำให้ผิวบางลง หรือเสี่ยงไหม้แต่อย่างใด
Q5: Oligio แบ่งทำหลายครั้งได้ไหม
โดยทั่วไป Oligio จะทำครั้งเดียวจบ แต่ในกรณีที่แพทย์ประเมินมาแล้วว่าต้องยิงจำนวนช็อตเยอะ หากคนไข้มีความกังวลสามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในส่วนนี้ได้
สรุป
Oligio เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่กำลังมาแรงอย่างมากในปี 2025 ด้วยคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ทั้งยังไม่รู้สึกเจ็บและไม่ต้องพักฟื้นหลังทำอีกด้วย ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยยกกระชับผิวในราคาที่เข้าถึงง่ายและมีมาตรฐานรับรองความปลอดภัย การทำ Oligio เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปทำ Oligio ที่ไหนดี สามารถเข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คลินิกเสริมความงาม Patama Clinic ได้ทั้ง 4 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทีมแพทย์มีประสบการณ์สูงกว่า 30 ปี วางแผนและทำการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) หรือ Case by Case ซึ่งคนไข้แต่ละคนจะได้รับการรักษาที่แตกต่างกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่คนไข้แต่ละคน
นอกจากโปรแกรม Oligio แล้ว ทางปัทมาคลินิกยังมีโปรแกรมยกกระชับผิวให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ulthera, Ultraformer III หรือ Thermage หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือทำนัดปรึกษาแพทย์ ได้ที่ LINE OA : @patama หรือโทร 099-950-9997

